ในปัจจุบันข้อมูลเกี่ยวกับ ชุดดับเพลิง ในท้องตลาดมีมากมาย ทั้งที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้ใช้งานเกิดความสับสนในการเลือกใช้งานเป็นอย่างมาก ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าชุดดับเพลิงที่ผ่านการทดสอบทั้งชุดตามมาตรฐานNFPA1971 : 2018 (Version ล่าสุด) มีข้อดีอย่างไร


นอกเหนือจากคุณสมบัติของผ้าทั้ง3ชั้นที่ใช้ประกอบเป็นชุดดับเพลิง, ด้ายที่ใช้เย็บชุดและอุปกรณ์ที่นำมาใช้ติดตั้งเพิ่มเติมบนชุดต้องผ่านมาตรฐานNFPAแล้วนั้น ท่านรู้หรือไม่ว่าในการนำผ้าทั้ง3ชั้นมาใช้งานร่วมกันนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ผลิตชุดจะต้องผ่านการทดสอบใน3หัวข้อหลักจากหน่วยงานที่เป็นกลางและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เช่น Underwriters Laboratories หรือ UL ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานได้แก่
o Thermal Protective Performance (TPP) : การทดสอบคุณสมบัติการเป็นฉนวนกันความร้อนของผ้าทั้ง3ชั้นที่นำมาตัดเย็บเข้าด้วยกันต้องเป็นไปตามค่ามาตรฐานNFPAกำหนด
o Total Heat Loss (THL) : การทดสอบค่าความสูญเสียความร้อนรวมของผ้าทั้ง3ชั้นที่นำมาประกอบและตัดเย็บเข้าด้วยกัน หากค่าTHLไม่เป็นไปตามค่าที่มาตรฐานNFPAกำหนดผู้สวมใส่อาจจะเกิดอันตรายจากสภาวะร้อนจัด(Heat Stress)ในขณะปฏิบัติงานได้
o Conductive and Compressive Heat Resistance (CCHR) Test: การทดสอบการนำพาความร้อนเมื่อเกิดแรงกดทับจากผ้าทั้ง3ชั้นที่นำมาตัดเย็บเข้าด้วยกัน เช่น บริเวณเข่า, ศอก เมื่อคลานหรือบริเวณไหล่เมื่อสะพายอุปกรณ์ SCBA กล่าวคือเมื่อเกิดแรงกดทับผ้าทั้ง3ชั้นต้องสามารถป้องกันการนำพาความร้อนได้ในเกณฑ์ที่มาตรฐานNFPAกำหนด
ท้ายนี้ขอฝากท่านผู้ใช้งานทุกท่านถึงการเลือกชุดดับเพลิงมาใช้งาน ควรเลือกชุดที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากลทั้งชุด เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน
facebook : Thai-Safetywiki
ติดต่อเรา : Thai-Safetywiki

เรื่องนี้สำคัญ รังสี UV ในฤดูหนาว แม้อากาศไม่ร้อน ก็ยังอันตรายอยู่
หลายคนชอบค
ธ.ค.
แนวทางการพัฒนารองเท้าเซฟตี้ในปัจจุบัน ด้านไหนบ้างที่น่าสนใจ
ย้อนไปเมื่
พ.ค.
ร้อนใน ปัญหาช่องปากที่พบเจอบ่อยและแคสที่หายาก พร้อมวิธีการรักษาอย่างละเอียด
ร้อนในในช่
ต.ค.
สายช่วยชีวิต(Lanyard)ชนิดไม่มีEnergy Absorber VS ชนิดมีEnergy Absorber
หากพูดถึงก
มี.ค.
เครื่องช่วยหายใจสำหรับสู้ภัย(ผจญภัย)
มาตรฐานของ
ม.ค.
ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐาน ANSI, ASTM International, FM Global, NFPA, SEI และ UL
มีตัวแทนอิ
ม.ค.