ค่าความละเอียดของภาพความร้อนมีผลต่อค่าความถูกต้อง (accuracy) ของการวัดอุณหภูมิ ซึ่งวัตถุประสงค์ในการใช้กล้องถ่ายภาพความร้อนก็ต้องการวัดค่าอุณหภูมิของวัตถุที่ตำแหน่งต่าง ๆ การวัดค่าอุณหภูมิเป็นการหาค่าเชิงปริมาณ (Quantitative) และแน่นอนสิ่งที่ต้องการควบคู่กันกับการทราบค่าอุณหภูมิก็คือต้องการค่าการวัดที่มีค่าความถูกต้อง (accuracy) สูง การจะได้ค่าการวัดอุณหภูมิผิวของวัตถุจากการถ่ายภาพความร้อนให้ได้ค่าความถูกต้องสูงนั้นพื้นที่ของวัตถุนั้นต้องประกอบด้วยภาพความร้อนไม่น้อยกว่า 9 pixels (3 x 3 pixels) หากตำแหน่งพื้นที่ที่ต้องการวัดค่าอุณหภูมินั้นมีจำนวน thermal pixel น้อยกว่า 9 pixels ค่าอุณหภูมิที่อ่านค่าได้จะมีความถูกต้องลดลงเนื่องจากค่าอุณหภูมินั้นเป็นค่าเฉลี่ยของพื้นที่หรือของวัตถุนั้นและค่าอุณหภูมิของ pixel (background)ที่อยู่รอบๆ
หากพื้นที่ที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์ค่าอุณหภูมิหากมีจำนวน pixels ที่มากกว่าก็จะให้ค่าความถูกต้องในการวัดที่สูงกว่าพื้นที่ที่มีจำนวน pixels น้อยกว่า การใช้งานกล้องถ่ายภาพความร้อนนอกจากต้องการวัดค่าอุณหภูมิซึ่งเป็นการวัดในเชิงปริมาณแล้ว ยังต้องการภาพที่มีความละเอียดเพียงพอต่อการวิเคราะห์ในเชิงคุณภาพ (Qualitative) การได้ภาพความร้อนที่คมชัดที่สามารถแสดงลักษณะโครงสร้างของวัตถุ รายละเอียดของส่วนประกอบต่าง ๆ และความแตกต่างอย่างเด่นชัดจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถระบุตำแหน่งและวิเคราะห์ภาพความร้อนหรือปัญหาที่เกิดขึ้นง่ายยิ่งขึ้นโดยเฉพาะงานถ่ายภาพความร้อนวัตถุหรือชิ้นงานที่มีขนาดเล็กมาก เช่น แผงวงจรไฟฟ้า งานตรวจสอบอาคารด้านอนุรักษ์พลังงานงานเหล่านี้หากภาพความร้อนที่ได้มีความละเอียดของภาพต่ำจะวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ยากลำบาก
Spatial Resolution (Distance : Spot)
กล้องที่มีความละเอียดของภาพความร้อนหรือมีจำนวน thermal imaging pixel มากจะให้ภาพที่มีความคมชัดมากกว่ากล้องที่มีความละเอียดน้อยกว่า ภาพความร้อน (thermal image or thermogram) ที่มีความคมชัดได้จากกล้องมีจำนวน detector ที่ใช้ในการวัดมากกว่ากล้องที่มีจำนวน detector น้อยกว่า เมื่อเปรียบความแตกต่างของกล้อง 2 ตัว ที่มีจำนวน detector ที่ไม่เท่ากัน ถ่ายภาพความร้อนของวัตถุหนึ่งโดยใช้เลนส์ทีมีระยะโฟกัสขนาดเท่ากัน มีค่า IFOV เท่ากัน กล้องถ่ายภาพความร้อนที่ใช้ detector จำนวน 320 x 240 detector ให้ค่าความละเอียด 76,800 pixels ต่อหนึ่งภาพ และได้ขนาดพื้นที่ที่ถ่ายได้ (ภาพความร้อน) ขนาดเท่ากันกับกล้องที่มีจำนวน 160 x 120 detector ที่ให้ค่าความละเอียด 19,200 pixels สิ่งที่แตกต่างคือกล้องที่ใช้ detector จำนวน 320 x 240 detector จะให้ภาพความร้อนที่คมชัดมากกว่า เนื่องจากมีค่าความละเอียดหรือมีจำนวน pixel มากกว่าถึง 4 เท่า (76,800 / 19,200 = 4 ) ในอีกนัยอาจกล่าวได้ว่าหากต้องการภาพที่มีความคมชัดหรือความละเอียดเท่ากันจากกล้อง 2 ตัวที่มีจำนวน detector ไม่เท่ากัน กล้องที่มีจำนวน detector มากกว่าจะสามารถถ่ายได้ในระยะที่ไกลกว่า เช่น ในความละเอียดของภาพความร้อนที่เท่ากัน ที่ระยะถ่ายภาพ 10 เมตร (ระยะห่างวัตถุและกล้อง) กล้องที่ใช้ detector จำนวน 320 x 240 detector สามารถถ่ายภาพที่มีความละเอียดเท่ากับกล้องที่ใช้ detector จำนวน 160 x 120 detector ถ่ายที่ระยะ 5 เมตร ในกรณีที่ถ่ายจากตำแหน่งหรือระยะเท่ากัน โดยใช้เลนส์ที่มีระยะโฟกัสเท่ากัน ทั้งกล้องที่มีความละเอียดสูงและต่ำกว่าจะได้ภาพความร้อนที่มีขนาดเท่ากัน แต่กล้องที่มีเทคนิคในการสร้างภาพที่ให้ความละเอียดมากกว่า (high resolution enhancement) จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์ค่าอุณหภูมิของวัตถุที่มีขนาดเล็กกว่า

PID sensor สำหรับตรวจจับสารระเหยเร็ว (VOCs)
จากข้อจำกั
ม.ค.
NEW NFPA 1970 มาตรฐาน SCBA และการควบรวม NFPA1971,1975,1981,1982
อย่างที่ทร
พ.ค.
โรคยอดฮิตมนุษย์เงินเดือน กับปัญหาระบบย่อยอาหาร อันตรายกว่าที่คิด
การไม่มีโร
พ.ย.
ทำความรู้จักกับ ชุดตรวจโควิด 19 ชนิดเก็บตัวอย่างผ่านน้ำลาย ใช้อย่างไร?
ในช่วงที่โ
ม.ค.
ตรวจสภาพฝุ่น PM2.5 วันนี้
มี.ค.
การทดสอบหน้ากากด้วย Bitrex Fit Test
ชุดทดสอบ B
ม.ค.