
หลายคนออกกำลังกายแบบเอาเป็นเอาตาย น้ำหนักก็ไม่ลด กล้ามเนื้อก็ไม่เพิ่ม หากลองพิจารณาดูให้รอบด้านแล้วก็ยังไม่เห็นว่าทำอะไรผิดแปลกไปจากสูตรการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักทั้งหลาย แบบนี้ต้องลองเช็กดูอีกอย่างว่า ที่ได้ออกกำลังกายไป หัวใจของเรามีอัตราการเต้นที่ถึงจุดเผาผลาญไขมันได้ดีแล้วหรือไม่
5 โซนหัวใจเพื่อเป้าหมายการออกกำลังกายที่แตกต่าง
เมื่อมีการเคลื่อนไหว ย่อมหมายถึงมีการใช้กำลังจากร่างกาย แน่นอนว่าการเต้นของหัวใจคนเราก็จะต้องยิ่งเพิ่มสูงขึ้นกว่าตอนที่อยู่เฉย ๆ แต่หากคุณออกกำลังกายแล้วไม่ได้ผลดี อาจเป็นไปได้ว่ากิจกรรมที่คุณทำนั้น ทำให้หัวใจเต้นได้ไม่เท่ากับผลลัพธ์ที่ตั้งเป้าไว้
“โซนหัวใจ” หรือ Heart Rate Zone เป็นเกณฑ์ที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้รู้ว่า เราออกกำลังกายหนักแค่ไหน และความหนักเบาขณะนั้น จะทำให้ได้ประโยชน์อย่างไร โดยทั่วไปจะแบ่งได้เป็น 5 โซน ซึ่งผู้ที่ออกกำลังกายมีหน้าที่ต้องสังเกตุและทำให้หัวใจเต้นให้ได้ตามอัตราในแต่ละโซน โดยจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จาก “ค่าการเต้นสูงสุดของหัวใจ” หรือ Maximum Heart Rate
การหาค่าการเต้นสูงสุดของหัวใจของตัวเอง สามารถทำได้โดยใช้สูตร “ชีพจรสูงสุดของอายุ = 220 – อายุ” เช่น หากคุณอายุ 30 ปี ค่าการเต้นสูงสุดของหัวใจควรจะอยู่ที่ 190 ครั้งต่อนาที (มาจาก 220 – 30 = 190)
เมื่อได้ค่าการเต้นสูงสุดของหัวใจตัวเองแล้ว ก็มาหาค่าการเต้นของหัวใจทั้ง 5 โซนต่อ ด้วยการนำค่าการเต้นสูงสุดของหัวใจที่ได้ คูณเปอร์เซ็นต์ในแต่ละโซน แล้วหารด้วย 100


- โซน 1 หัวใจเต้น 50% – 60% หากออกกำลังกายแล้วหัวใจเต้นอยู่ในโซนนี้ หมายความว่า เรากำลังออกกำลังกายเบา ๆ เน้นผลลัพธ์การทำให้เลือดสูบฉีดเพิ่มขึ้น เหมาะสำหรับการออกกำลังกายเพื่อการวอร์มอัพ แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับการเผาผลาญไขมัน
- โซน 2 หัวใจเต้น 60% – 70% เมื่อออกกำลังกายจนหัวใจเต้นอยู่ที่ 60% ของค่าการเต้นสูงสุดแล้ว ถึงขั้นนี้ร่างกายจะเริ่มกระบวนการเผาผลาญไขมันส่วนเกินเข้มข้นขึ้น ดังนั้นเราจึงรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย สามารถฮัมเพลงหรือพูดคุยกับเพื่อนข้าง ๆ ได้เป็นประโยคสั้น ๆ ซึ่งเป็นโซนที่ถูกขนานนามว่า “โซนลดไขมันที่ดีที่สุด” และหากออกกำลังกายจนชินในโซนนี้แล้ว ก็สามารถไต่ระดับขึ้นไปให้ท้าทายมากขึ้นได้
- โซน 3 หัวใจเต้น 70% – 80% มักเกิดเมื่อมีการออกกำลังกายต่อเนื่อง และมีความเข้มข้นสูงขึ้น แนะนำว่าควรค่อย ๆ ไต่ระดับการออกกำลังกายขึ้นมา จนรู้สึกคุ้นเคยกับโซนที่ 3 นี้ เพราะจะสามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายได้
- โซน 4 หัวใจเต้น 80% – 90% เป็นการออกกำลังกายที่มีการโฟกัสเยอะ จะรู้สึกเหนื่อยมากหากพูดขณะออกกำลังกาย บางคนอาจจะสามารถพูดได้เป็นคำ ๆ เท่านั้น เป็นโซนที่ใช้งานกล้ามเนื้อและหัวใจมากกว่าปกติ เหมาะกับการเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย
- โซน 5 หัวใจเต้น 90% – 100% หากออกกำลังกายจนหัวใจเต้นอยู่ในโซนนี้ อาจมีความเสี่ยงเรื่องความดันสูง หน้ามืด เป็นลม โดยเฉพาะกับมือใหม่ หรือผู้มีโรคประจำตัว ควรเลี่ยงการออกกำลังกายจนถึงโซนนี้ โดยเหมาะกับนักกีฬามืออาชีพมากกว่า ใช้ฝึกฝนเพื่อทลายขีดจำกัดของร่างกาย และต้องกระทำภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
เมื่อรู้ถึงผลลัพธ์ที่ร่างกายจะได้รับจากการออกกำลังกายเมื่อหัวใจเต้นอยู่ในทั้ง 5 โซนแล้ว ที่สำคัญคือ เราต้องรู้จักเลือกออกกำลังกายให้เหมาะสมกับผลที่คาดหวัง หากอยากลดไขมัน การออกกำลังกายให้หัวใจเต้นอยู่ที่โซน 1 ก็ไม่เพียงพอ แต่หากอยากทำกายบริหารแค่พอให้ร่างกายสดชื่น การออกกำลังกายจนถึงโซนสูง ๆ ก็อาจจะทำให้ได้ความเหนื่อยล้าเข้ามาแทนที่นั่นเอง

การใช้เอียปลั๊ก, ที่อุดหู หรือโฟมอุดหูลดเสียง เพื่อช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้างช่วยให้หลับสนิท
แน่นอนครับ
พ.ค.
เมื่อสมองเสื่อมไม่เท่ากับอัลไซเมอร์ แต่อัลไซเมอร์ทำให้สมองเสื่อม
เมื่อพูดถึ
ก.ย.
คุณสมบัติทางไฟฟ้ารองเท้านิรภัยตามมาตรฐาน EN ISO 20345
สำหรับท่าน
ต.ค.
อัพเดทรวม App ตรวจสอบ สถานการณ์น้ำท่วม ล่าสุด
รวม App ตร
ก.ย.
ชนิดอุปกรณ์ป้องกันดวงตา
ชนิดอุปกรณ
ม.ค.
มาตรฐานรองเท้านิรภัยของสหภาพยุโรป EN345
รองเท้านิร
ม.ค.