อันตรายจาก ภัยพิบัติฝูงชน และวิธีการเอาตัวรอด

เนื่องจากเหตุสลดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมานี้ในย่าน อิแทวอน ในกรุงโซล ที่ประเทศเกาหลีใต้ ผู้คนเบียดเสียดกันจนเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 154 ราย และผู้บาดเจ็บกว่า 82 ราย ทางเรา จึงรวบรวมข้อมูลความอันตรายจาก ภัยพิบัติฝูงชนและวิธีการเอาตัวรอด เตรียมตัวไว้หากคุณคือผู้อยู่ในเหตุการณ์เหล่านี้หรือ เจอสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน มาฝากกันครับ

 

ภัยพิบัติฝูงชน

(crowd or mass gathering disaster) หมายถึง การบาดเจ็บ ล้มตายเมื่อมีผู้คนจำนวนมากมาร่วมกันอย่างแออัดยัดเยียดแล้วเกิดการผลัก/อัด/เบียด/ล้มทับ/เหยียบกันตาย (human stampede) หรือเกิดความไม่สงบ (civil unrest) หรือการจลาจล (riot) หรืออื่นๆ.

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอันตรายภัยพิบัติฝูงชนใช้ตัวย่อเพื่อให้จำง่ายคือ  FIST หรือ Force, Incitement, Space และ Time

 

  1. จำนวนคนและแรงผลัก/เบียด (Force) จำนวนคนและแรงผลัก/เบียดจะมาก หรือน้อยย่อมขึ้นกับความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนคนกับขนาดของพื้นที่และสภาพร่างกายของผู้คนในฝูงชน เช่น ในโรงภาพยนตร์หรือไนท์คลับ คนไม่กี่ร้อยคนที่แออัดยัดเยียดกันอยู่ ถ้ามีคนตะโกนว่าไฟไหม้หรือระเบิด และเกิดการแตกตื่นแย่งกันหนีออกทางประตูแคบๆ จะเกิดการผลัก/เบียด/เหยียบกันตายได้ โดยเฉพาะเด็ก สตรี และคนชราที่อ่อนแอกว่า เป็นต้น.

 

  1. สิ่งกระตุ้น (Incitement or information) อาจจะเป็นเหตุการณ์หรือข้อมูล (ข่าวจริง ข่าวลือ) ที่ทำให้ผู้คนตื่นตกใจ หรือกลัวว่าจะไม่ได้สิ่งที่ตนต้องการ (เช่น การเข้าชมกีฬา/คอนเสิร์ต/หรืองานเทศกาลต่างๆ) หรือโกรธ จนเกิดการวิ่ง/การผลัก/การลุกฮือขึ้นพร้อมๆ กัน จนไม่สามารถควบคุมได้ เป็นต้น.

 

  1. พื้นที่ (Space) ขนาดและสภาพของพื้นที่เป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดภัยพิบัติ เช่น พื้นที่แคบ สะพาน/อัฒจันทร์/ท่าเรือ (โป๊ะข้ามฟาก) ที่ไม่แข็งแรง พื้นที่ใกล้สิ่งอันตราย (ดอกไม้ไฟ พลุ บั้งไฟ ฯลฯ) อากาศร้อน/หนาวเกินไป เป็นต้น.

 

ส่วนมากในสถานการณ์จริง ในที่ที่มีฝูงชนรวมกันอย่างแออัด แล้วเกิดเหตุการณ์หรือข่าวที่ทำให้เกิดการแตกตื่นหรือลุกฮือขึ้น ฝูงชนจะเกิดปฏิกิริยาคล้ายกันและตามกันไปเป็น พรวน จนบางครั้งแม้จะมีประตู/ทางออกหลายแห่ง แต่ฝูงชนมักจะแห่กันไปออกทางประตู/ทางออกที่มีคนกลุ่มแรก (ซึ่งเปรียบเสมือน จ่าฝูง“) วิ่งออกไปก่อน แทนที่จะกระจายกันออกทางประตู/ทางออกอื่น จึงเกิดการแย่งชิงกัน ผลัก/เบียดกัน จนล้มและเหยียบกันตายขึ้น.

4. เวลา (Time) ระยะเวลาทั้งหมดที่เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติ ถ้าสั้น การบาดเจ็บล้มตายจะน้อย ถ้ายาว (เพราะคุมสถานการณ์ไม่ได้) การบาดเจ็บล้มตายจะมาก.

 

 

วิธีการเอาตัวรอด

1.ลืมตาสอดส่องเส้นทางอยู่เสมอ 

เป้าหมายที่สำคัญที่สุดก็คือการออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด ดังนั้น พยายามมองหาทางออกที่เป็นไปได้ และพยายาม ใช้เส้นทางที่หลีกเลี่ยงฝูงชน โดยใช้การอ้อม ไปทางที่ผู้คนเบาบาง หรือใช้การปืนขอบกำแพงก็ได้

2.เมื่อรอบตัวคนเริ่มเบียดกันมากขึ้น ให้ออกห่างจากจุดนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

ยิ่งอยู่จุดเดิมนานๆ และฝูงชนเริ่มทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ก็ยิ่งยากที่จะเคลื่อนตัวออกมาได้ ให้ออกห่างจากบริเวณที่แออัดออกมาเรื่อยๆ

3. พยายามยืนตั้งมั่นไว้

วิธีนี้ใช้เฉพาะตอนที่ รู้สึกสายเกินกว่าจะขยับตัวหรือไปไหนไม่ได้แล้วนั้นเองครับ พยายามรักษาการยืนไว้ให้มั่นคง เพราะหากล้มลง ก็จะกลายเป็นโดมิโน่ หากล้มลงปุ๊บ น้ำหนักของคนอื่นๆก็จะตรึงเราไว้กับที่ จนเสี่ยงจะโดนเหยียบจนเสียชีวิตได้

 

4.พยายามสูดลมหายใจเข้า

อากาศเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย ผู้เสียชีวิตไม่น้อยเกิดจากสาเหตุขาดอากาศหายใจ

 

5.ใช้แขนตั้งการ์ดกันบริเวณทรวงอก

 หากการเบียดกันเริ่มรุนแรงมากยิ่งขึ้น ให้ยกแขนขึ้นมากันบริเวณทรวงอก (คล้ายๆ กับการตั้งการ์ดของนักมวย) เพื่อป้องกันกระดูกซี่โครง แต่ต้องไม่ตั้งการ์ดชิดกับอกจนเกิดไป ควรเว้นห่างไว้ 2-3 เซนติเมตร เพื่อให้เราสามารถหายใจได้

 

6.ไหลไปกับฝูงชน อย่าฝืน

เป็นเรื่องธรรมดาที่หากมีการดันไปอีกทาง ผู้คนมักจะฝืนดันกลับเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ แต่ต้านทานไปก็เสียแรงเปล่า ดังนั้น จึงควรปล่อยตัวเองให้ไหลไปตามทิศทางที่ฝูงชนเคลื่อน พร้อมกับรักษาบาลานซ์ของร่างกายให้มั่นคงไปด้วย 

 

ข้อควรระวัง หากท่านอยู่ตรงกลางของฝูงชนและมีทั้งแรงพลักดันจากทั้งหน้าและหลัง ให้พยายามหาจุดปืนขึ้นที่สูงอย่างรวดเร็ว เพราะเสี่ยงจะเสียหลักและเป็นอันตรายมาก

 

 7.พยายามออกห่างจากสิ่งกีดขวาง

เทคนิคก่อนหน้านี้อาจใช้ไม่ได้ผล หากที่ที่เราอยู่นั้นใกล้ชิดกับกำแพง รั้ว หรือวัตถุแข็งอื่นๆ ที่เราปืนขึ้นไปไม่ได้ เพราะผู้เสียชีวิตรายแรกๆ จากการเบียดกันจนตายนั้น โดยมากมาจากการถูกอัดเข้ากับกำแพง ดังนั้น หากเป็นไปได้ให้พยายามอยู่ห่างจากกำแพงมากที่สุดเท่าที่ทำได้

 

8.ประเมินความหนาแน่นของฝูงชน

เทคนิคสำหรับการประเมินนี้ แบ่งออกคร่าวๆ ได้ดังนี้

  1. หากไม่มีการสัมผัสทางกายภาพกับคนรอบข้าง ความหนาแน่นน่าจะยังน้อยกว่าสามคนต่อตารางเมตร ดังนั้น ณ ตอนนี้ทุกอย่างก็ปกติดี
  2. หากกำลังชนกับคนรอบตัว 1-2 คนโดยไม่ได้ตั้งใจ ความหนาแน่นของฝูงชนจะอยู่ที่ประมาณ 4-5 คนต่อตารางเมตร ถือว่ายังไม่มีอันตรายในทันที แต่ควรย้ายออกจากศูนย์กลางของความแออัด
  3. หากไม่สามารถขยับมือได้อย่างที่คิด จนถึงขึ้นเริ่มยกมาแตะหน้าตัวเองไม่ได้ แปลว่าผู้คนแออัดกันอยู่มากเกินไป และกำลังจะเกิดอันตรายขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำอื่นๆ เช่น หากเป็นกรณีที่ฝูงชนอยู่ในอาการแพนิก ซึ่งถือเป็นเรื่องอันตรายเกินกว่าจะคาดเดา ให้พยายามตั้งสติให้ดี และหาทางออกให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก

https://thematter.co/brief/189490/189490

https://www.doctor.or.th/clinic/detail/7437

Visited 2 times, 1 visit(s) today

ใส่ความเห็น

Thai-safetywiki.com
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.